ตามตัวอย่างเทรลเลอร์หนัง ได้เล่าให้เรารับรู้คร่าวๆ ว่าเนื้อหาเกี่ยวพันกับการลอกข้อสอบเป็นหลัก เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นกับ 4 ตัวละครหลักซึ่งเป็นเด็กมัธยม ได้แก่พวกเด็กที่หัวไม่ดีแต่รวย กับเด็กที่ไม่รวยแต่หัวดีโคดๆ เรารู้สึกว่าพล็อตเรื่องน่าสนใจตั้งแต่แรกเห็นโฆษณา บวกกับตัดต่อตัวอย่างมาให้เราพอทราบกลายๆ ว่าเป็นแนวลุ้นระทึก เลยอยากรู้ว่าจะเล่าเรื่องออกมาแบบไหน

ฉลาดเกมส์โกง ดำเนินเรื่องหลักๆ โดยตัวละครชื่อ ลิน นักเรียนม.5 ที่เพิ่งย้ายเข้าโรงเรียนด้วยผลการเรียนและรางวัลการเรียนดีเด่นจำนวนมาก แวบแรกที่ตัวละครนี้เอ่ยปากก็ทำให้คนดูรับรู้กันแล้วว่า เด็กคนนี้ฉลาด และไม่ใช่ฉลาดธรรมดาแค่เรื่องการเรียน เธอมีไหวพริบ และความเจ้าเล่ห์ไม่เบาพอสมควร

ลินเริ่มต้นเข้าสู่โลกแห่งการโกงครั้งแรกด้วยการให้ เกรซ เพื่อนสนิทของเธอลอกข้อสอบ ด้วยความสงสารเพื่อนและรู้สึกว่าครูที่ออกข้อสอบเอาเปรียบนักเรียนก่อน จากนั้นไม่นาน เธอก็ได้รับข้อเสนอจากเพื่อนที่เป็นลูกเศรษฐีชื่อ แพท ขอให้ลินใช้ความฉลาดแลกกับเงินจำนวนมากเพื่อให้เพื่อนลอกข้อสอบ ลินตอบตกลงในเวลาไม่นานเมื่อพบว่าเธอหาวิธีการโกงที่แยบยลพอที่จะไม่โดนจับได้ ตรงจุดนี้แสดงให้เห็นความรอบคอบของเธอด้วยว่าแม้เธอจะสนใจตัวเงินมากแค่ไหน แต่เธอก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะเสี่ยงทำอะไรที่โดนจับผิดได้ง่ายๆ ต้องมีวิธีที่จะไม่โดนจับได้ก่อนถึงจะยอมทำ จากนั้น ด้วยความที่ตนเองจะต้องดิ้นรนหาเงินเพื่อเรียนต่อเมืองนอก เธอจึงก้าวเข้าสู่การโกงระดับประเทศ นั่นก็คือ การสอบวัดความรู้ STIC ที่ใช้ยื่นเข้ามหาวิทยาลัยอเมริกา (เทียบกับ SAT ในความจริง) รวมถึงต้องชักจูง แบงค์ เพื่อนอัจฉริยะแต่ซื่อสัตย์ที่สุดคนหนึ่งมาร่วมกระบวนการโกงข้อสอบครั้งนี้อีกด้วย

หนังดำเนินเรื่องได้น่าติดตามมาก สำหรับเราไม่มีส่วนที่น่าเบื่อเลย ต้องขอชื่นชมชั้นเชิงในการตัดต่อหนังเรื่องนี้ วิธีการเล่าเรื่องสนุก จังหวะการลุ้นและการปล่อยมุกทำได้พอดี ฉากดราม่าของตัวละครก็เอาอยู่ เราว่าหลายคนคงไม่นึกว่าฉากการทำข้อสอบที่หลายๆ คนก็เคยผ่านมาแล้ว จะทำให้เราตื่นเต้น ลุ้น และมีอารมณ์ร่วมได้มากเท่านี้ มันทำให้เรานึกถึงการ์ตูนญี่ปุ่น Hikaru no Go ที่เป็นเรื่องราวการเล่นโกะที่ฟังดูแสนจะน่าเบื่อธรรมดา ไม่ได้มีฉากแอคชั่นอะไรนอกจากการวางหมากสีดำลงบนกระดานสีเหลี่ยม แต่กลับอ่านแล้วรู้สึกสนุกมาก หรือเรื่อง Bakuman ที่เล่าเรื่องของเด็กสองคนที่อยากเป็นนักเขียนการ์ตูน แม้จะไม่ได้มีฉากแอคชั่นหรือการต่อสู้อะไร แต่ทำให้คนอ่านลุ้นระทึกไปด้วย นี่ก็เช่นเดียวกัน ฉากทำข้อสอบ แค่ฝนดินสอลงบนกระดาษ ฉากตัวละครพยายามจะแอบสื่อสารกันในห้องสอบ ก็ทำให้เราช่วยลุ้นเอาใจช่วยไปด้วย อย่างกับกำลังดูหนังสายลับจารกรรมอย่างงั้นแหละ

นักแสดงทั้ง 4 คนเล่นได้สมบทบาทดี ตัวละครบางตัวอาจมีความเวอร์เล็กน้อยแต่ดูแล้วไม่น่าเกลียด เหมือนเป็นสีสันให้กับเรื่องมากกว่า ตัวละครหลักสองตัวคือ ลิน กับ แบงค์ เล่นได้ดีมาก ทำให้เรารู้สึกอยากเอาใจช่วยพวกเขาและพร้อมที่จะเห็นใจได้ไม่ยาก ฉากดราม่ากลางเรื่องก็ทำได้ดีมากเกินคาด ส่วนตอนจบนั้น ตัวละครแต่ละตัวเติบโตขึ้น แม้ตัวละครบางตัวมีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างไปในทิศทางที่คนดูอาจจะแปลกใจ หรือหลายคนอาจมองว่าไม่สมเหตุสมผลเพียงพอ แต่เรายังรู้สึกชอบตัวละครเหล่านี้มากจนทำให้เรากลับมาครุ่นคิดต่อถึงพวกเขาหลังหนังจบลง

BadGenius01

บางคนบอกว่าหนังเรื่องนี้ตีแผ่ด้านมืดของระบบการศึกษา แต่เรากลับมองว่าไม่ได้ตีแผ่อะไรขนาดนั้น หนังแค่แตะนิดๆ หน่อยๆ ในด้านที่ไม่ค่อยดีของวงการการศึกษาไทย ซึ่งเราคิดว่าหลายคนรู้อยู่แล้ว อาจเคยได้ยินมาหรือเคยเจอกับตัวด้วยซ้ำ เช่น เรื่องครูที่โรงเรียนบางคนมีการสอนพิเศษเพิ่มเติม แต่ก่อนเราเคยสงสัยเหมือนกันว่า เอ้ะ เขาสอนในคาบเรียนปกติไม่พอหรือยังไง ทำไมต้องสอนพิเศษเพิ่มเติมอีก แล้วสักพักเราก็ถึงได้รู้จากเพื่อนที่ไปเรียนกับเขามาว่า อ๋อ ถ้าเราเรียนพิเศษกับครูคนนี้ ครูจะบอกข้อสอบเป็นนัยๆ ส่วนพวกเพื่อนๆ ที่ไม่ยอมมาเรียน (เช่นตู) ก็จะไม่รู้อะไรเลยนี่เอง สิบกว่าปีที่แล้วเป็นอย่างไร ก็เป็นอย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลงเลย แม้กระทั่งเรื่องค่าแป๊ะเจี๊ยะที่เค้าว่ากันว่าโรงเรียนดังๆ มักจะร่ำรวยจากเงินส่วนนี้ หนังแค่ทำให้เราพอเห็นภาพและไปคิดต่อยอดเอาเองได้ว่าในสภาพแวดล้อมแบบนี้ โรงเรียนที่ดูมีชื่อเสียง ครูที่ดูเหมือนจะมีคุณธรรม ก็ยังมีมุมที่เห็นแก่เงินอยู่มากๆ

จะว่าไปแล้วประเด็นของหนังเรื่องนี้ก็คือการฟาดฟันระหว่าง ความฉลาด และ เงิน ทั้งสองอย่างถือเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้คนเราฝ่าฟันชีวิตในสังคมได้ ถ้าใครมีคุณสมบัติทั้งสองอย่างถือว่าโชคดี แต่สำหรับคนที่มีอย่างใดอย่างหนึ่ง มันจะแปลกตรงไหนที่จะใช้เงินซื้อความฉลาดจากผู้อื่น และคนฉลาดเองถ้าเลือกขายความรู้ของตัวเองเพื่อแลกกับเงิน มันก็ไม่น่าจะผิดแผกไปจากสามัญสำนึกใช่ไหม อาจมีหลายคนที่คิดแบบนี้ แต่แน่นอนว่าถ้าเป็น “การโกง” ข้อสอบ ใครๆ ก็ย่อมรู้ว่ามันผิด และถ้าโดนจับได้ก็ซวยแน่ และนี่แหละคือที่มาของหนังเรื่องนี้ หนังที่เล่าว่าเราจะโกงการสอบอย่างไรเพื่อไม่ให้คนจับได้ ความสนุกมันอยู่ตรงนี้นี่เอง

อย่างไรก็ตาม อาจจะมีอีกหลายคนที่หวั่นใจว่าหนังเรื่องนี้จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีหรือไม่ จะทำให้นักเรียนอยากโกงข้อสอบกันมากขึ้นหรือเปล่า หรือจะมีใครอยากลอกเลียนแบบเอาวิธีในหนังมาทำจริงหรือไม่ ตรงนี้ขอบอกเลยว่าไม่ต้องกลัว เพราะวิธีการลอกข้อสอบในหนังเรื่องนี้ทำได้ยาก ประการแรก คุณต้องมีเด็กที่เรียนเก่งระดับลินมาเฉลยคำตอบให้ ซึ่งมันไม่ได้หาได้ง่ายๆ มั้งคะ คนฉลาดๆ ที่ไหนจะมายอมเสี่ยงตัวเองช่วยคนที่โง่กว่าที่ไม่ได้รู้จักกัน พอพูดถึงประเด็นนี้ก็เลยนึกได้ว่า การลอกข้อสอบผู้อื่นและการให้ผู้อื่นลอกนั้น เกิดขึ้นทุกระหนระแหง ไปถามใครก็ได้เราว่าเกือบทุกคนเคยมีประสบการณ์นี้มาบ้าง แต่ส่วนใหญ่มักจะเป็นเหตุการณ์เฉพาะหน้า เราคิดเองนะว่าพวกที่เตรียมการมาว่าจะโกงตั้งแต่ก่อนเข้าสอบคงเป็นส่วนน้อย ส่วนใหญ่มักจะเป็นกรณีที่เพื่อนที่นั่งข้างๆ นั่งข้างหลัง ขอดูคำตอบมากกว่า คนที่เก่งกว่าอาจจะใจอ่อนยอมให้เพื่อนลอก ดังเช่นลินที่ยอมให้เพื่อนลอกครั้งแรกเพราะสงสารเพื่อน แต่การจะช่วยเหลือเพื่อนที่ไม่สนิทกันน่าจะเกิดขึ้นน้อยมาก ยกเว้นว่าจะมีเหตุผลส่วนตัวอื่นๆ แต่สำหรับในหนังมันต่างกัน เขาสร้างเรื่องเพื่อปูทางไว้ ตัวละครลินทำไปเพราะเงิน และเหตุผลเรื่องอยากเอาคืนโรงเรียน เป็นต้น ประการที่สอง วิธีการลอกทำได้ยากและเสี่ยงโดนจับได้สูง ในตัวอย่างหนังเผยให้เห็นถึงวิธีหนึ่ง คือการจำโน๊ตดนตรี ว่าท่อนไหนสื่อถึงคำตอบไหน วิธีการบอกใบ้คือการเคาะโต๊ะ ในความเป็นจริงนั้น ถ้าบุคคลคนที่ต้องเป็นคนเฉลยคำตอบดันจับพลัดจับผลูได้ไปนั่งหลังห้อง แผนการก็จบพอดี เพราะคนนั่งข้างหน้าก็จะมองไม่เห็น หรือถ้าเฉลยทุกข้อเลย มีด้วยหรอที่คนคุมสอบจะไม่เห็นว่าคนนี้เคาะโต๊ะไม่หยุดน่ะ ที่จริงในหนังยังมีอีกหลายวิธีในการโกงข้อสอบนะ ซึ่งไม่ขอเล่าตรงนี้ เพราะเรารู้สึกว่ากลโกงมันเป็นความสนุกอย่างหนึ่งของหนังเรื่องนี้ด้วย สรุปก็คือไม่ต้องกลัวหรอกว่าคนจะทำตาม เพราะเป็นวิธีที่ยากมาก คนที่จะทำได้ต้องเก่งประมาณหนึ่ง และต้องดวงดีมากจึงจะไม่โดนจับได้ง่ายๆ

สำหรับวัฒนธรรมไทยแล้ว เราเคยชินกับการที่สื่อจะต้องบอกเราว่า ทำดีได้ดีทำชั่วได้ชั่ว เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่หลายคนจะจับตามองหนังที่หมิ่นเหม่เรื่องศีลธรรม มักจะเป็นเรื่องที่ว่าบทสรุปสุดท้ายของหนังจะเป็นอย่างไร ตัวละครจะได้รับผลกรรมหรือไม่ เรื่องนี้จะสอนใจเยาวชนหรือเปล่า เพราะฉะนั้นหลายคนจึงไปเพ่งเล็งกับตอนจบว่ามันถูกใจคนดูไหม เราจะไม่เล่าตรงนี้ว่าหนังมีบทสรุปอย่างไร สำหรับเรา เราว่าโอเคใช้ได้เลย คือมันไม่ได้พีคมาก นี่อาจจะเป็นจุดหนึ่งที่บางคนอาจไม่ชอบเพราะช่วงสุดท้ายของหนังมันแผ่วลง แต่มันก็ไม่ได้ถึงกับแย่มากมายอะไร แม้จะมีติดใจกับการเปลี่ยนแปลงของตัวละครบางตัวอยู่ แต่ก็คิดว่าพอเข้าใจว่าทำไมบทสรุปถึงเป็นแบบนั้น (เดี๋ยวจะว่ากันต่อไปในส่วนการวิเคราะห์ตัวละคร) และแม้ว่าตอนจบอาจไม่ถูกใจใครบางคน แต่ว่าหนังในช่วงแรกมาจน 15 นาทีสุดท้าย มันก็ยังสนุกอยู่ดี จึงอยากให้ลองพิสูจน์กันเอาเอง และมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เพราะนานๆ ทีเราจะได้ชมหนังที่เล่าเรื่องที่ผิดแผกไปจากประเด็นความรัก ความแค้น ความฝัน การต่อสู้ ถ้าจะว่าไป หนังเรื่องนี้ก็แค่เล่าเรื่องของเด็กที่คิดจะโกงข้อสอบเท่านั้นเอง แต่เขาเข้าใจหยิบประเด็นแค่นี้มาต่อยอดให้ไกลขึ้น และเวอร์ขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับที่รับได้ หนังเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำให้เรารับรู้ว่า ถ้าเรามีประเด็นเรื่องราวที่น่าสนใจเรื่องหนึ่ง ประกอบกับวิธีการเล่าที่สนุกมากๆ หนังมันก็น่าติดตามและให้ความบันเทิงได้

 

จากนี้ไปจะเปิดเผยเนื้อหาสำคัญ อยากให้ดูหนังก่อนแล้วค่อยมาแชร์ความคิดเห็นกัน

 

วิเคราะห์ตัวละคร ลิน

เรามองว่า ลิน เป็นคนรอบคอบมาก ก่อนที่เธอจะตกปากรับคำว่าจะช่วยโกงข้อสอบทั้งในห้องเรียนและการสอบ STIC เธอจะคิดก่อนว่าทำได้หรือเปล่า จะเสี่ยงในการโดนจับหรือไม่ แล้วคงคิดด้วยว่าเงินที่ได้มันคุ้มหรือไม่คุ้มกับความเสี่ยงนี้ หนังแสดงให้เราเห็นถึงกระบวนการคิดหลายขั้นตอนของลินในการโกงข้อสอบ กระทั่งมีการซักซ้อมไปถึงขั้นสุดท้ายที่ว่าถ้าโดนจับได้ขึ้นมาจะต้องตอบว่าอะไร ตรงจุดนี้เราสังเกตว่าถ้าเกิดจับได้ ลิน สั่งให้เพื่อนๆ บอกว่าไม่รู้เรื่อง ให้ทุกคนโบ้ยมาที่ลินคนเดียว ถือว่ามีความเป็นผู้นำสูงมาก ในช่วงที่เริ่มดำเนินตามแผนการและเกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดขึ้น ลินก็ยังมีความรับผิดชอบสูงที่จะทำตามแผนที่เธอวางไว้ (อาจเพราะรับเงินมาแล้วก็ต้องทำให้สำเร็จ) และใช้กลวิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าหลายอย่าง ทั้งลุ้นตามและเครียดตามด้วย แต่เมื่อแผนทุกอย่างสำเร็จแล้ว กลายเป็นว่า แบงค์ เพื่อนที่ลินดูจะให้ความสำคัญกลับเป็นฝ่ายโดนจับแทน ความเครียดและความรู้สึกผิดที่มีต่อแบงค์คงทำให้เธออัดอั้นและระบายกับพ่อในที่สุด

ในตอนท้ายที่เธอเลือกจะเป็นครู เราว่ามันก็มีเหตุผลรองรับเพียงพอ เพราะพ่อคือคนที่สำคัญที่สุดสำหรับเธอ พ่อคือคนที่เข้าใจ ตักเตือนเมื่อทำผิด และให้อภัยลินเสมอ ลินน่าจะรู้คนนี้เป็นคนเดียวที่หวังดีกับลินจริงๆ หากเราได้เจอใครที่เขาคอยเตือนเมื่อเราทำผิด ขอให้รักษาคนๆ นั้นไว้ให้ดี ยิ่งถ้าเป็นเพื่อนยิ่งต้องรักษาไว้ เพราะว่าเพื่อนส่วนใหญ่มักจะเข้าข้างเรา แต่เพื่อนที่กล้าเตือนเพื่อนด้วยกันทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบฟัง นั่นแหละคือเพื่อนที่หวังดีกับเราจริงๆ ดังนั้นสำหรับลิน จึงไม่น่าแปลกใจอะไรถ้าเธอคิดจะเจริญรอยตามพ่อเพื่อเป็นครูที่ดีคนหนึ่งเหมือนพ่อของเธอ

วิเคราะห์ตัวละคร แบงค์

นอกจากตัวละคร ลิน แล้วยังมีอีกหนึ่งตัวละครที่โดดเด่นไม่แพ้กัน คือ แบงค์ ซึ่งเป็นเด็กเรียนเก่งอีกคน มีนิสัยซื้อสัตย์และเที่ยงตรงยิ่งกว่าใคร เราว่านักแสดงคนนี้เหมาะกับบทมาก ด้วยลุคและสีหน้าแววตา ในหนังมีหลายฉากที่แสดงให้เห็นว่าแบงค์เป็นคนซื่อๆ ตรงไปตรงมา ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมเอาตัวรอดใดๆ เลย ตอนที่เพื่อนมาขอร้องให้ช่วยบอกคำตอบข้อสอบให้ แบงค์ก็ปฏิเสธอย่างชัดแจ้งโดยไม่มีการถนอมน้ำใจ ตอนที่ไปบอกกับครูว่ามีการลอกกันเกิดขึ้น (หรือบางคนเรียกว่า ฟ้อง) เรารู้สึกว่าเขาทำไปโดยคิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แถมคงคิดว่าลินโดนลอกเป็นฝ่ายถูกกระทำ คิดจะช่วยลินด้วยซ้ำ เพราะถึงกับไปฟ้องครูตั้งสองรอบแหน่ะ ดังนั้นพอรู้ว่าลินเป็นคนให้เขาลอกเอง แบงค์ถึงกับตกใจ

ตัวละครนี้ถือว่าน่าสงสารเนื่องจากเป็นฝ่ายเสียเปรียบในหลายอย่าง แม้กระทั่งการตัดสินใจมาเข้าร่วมกระบวนการโกงระดับประเทศ ก็เป็นการโดนชักจูงและอยู่ในฐานะจำยอมมากกว่า ถึงแม้สองตัวละครทั้งลินและแบงค์จะทำไปเพื่อเงิน แต่คนหนึ่งเต็มใจทำเอง และเป็นฝ่ายวางแผนริเริ่มเอง แต่อีกคนเหมือนเป็นฝ่ายจำยอม ต้องทำตามเพราะไม่มีทางเลือกมาก นี่อาจจะเป็นความแตกต่างหนึ่งที่ส่งผลให้ตอนจบตัวละครเลือกเส้นทางที่แตกต่างกัน ที่จริงแบงค์เริ่มแสดงออกว่าเข้าสู่ด้านมืดแล้วก็ตั้งแต่ที่เขาตัดสินใจเข้าร่วมกระบวนการโกงด้วย แต่ในครั้งนั้นเขาก็ยังมีความซื่อบื้ออยู่ในแบบเดิม เช่น การถามว่าต้องอ๊วกจริงให้เห็นไหม จนกระทั่งดราม่ากลางเรื่อง เมื่อพบว่าตัวเองถูกหลอก เป็นฝ่ายถูกกระทำ (ขอชื่นชมว่าแสดงดีมาก เป็นฉากที่พีคมากๆ ฉากหนึ่ง) ในตอนนั้นแบงค์ก็ได้เปลี่ยนไปทีละนิด เริ่มเห็นได้จากการที่เขาเริ่มรู้จักการต่อรองเรื่องเงินกับแพท และจวบจนสุดท้ายเมื่อตัวละครนี้ผิดพลาดถูกไล่ออกจากโรงเรียน เขาก็ได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไม่ยอมเป็นผู้ถูกกระทำอีกต่อไป และเลือกเส้นทางที่จะทำเงินได้รวดเร็วกว่าแม้ว่าจะต้องทิ้งความซื่อสัตย์ไป

ส่วนตัว เรารู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงของแบงค์น่าจะทำได้ smooth กว่านี้ เพราะตอนที่ดูรู้สึกไม่อยากจะเชื่อเลยว่าแบงค์จะเปลี่ยนไป ในตอนที่ลินเจอแบงค์ที่โดนจับและทำท่าเหมือนอยากจะสารภาพ แบงค์ยังมองหน้าลินแล้วยิ้มให้ด้วยท่าทางที่ไม่มีความโกรธแค้นอะไรลินเลยแม้แต่น้อย เลยทำให้เรางงมากตอนดู ถึงกับมานั่งคิดว่าแบงค์เปลี่ยนไปช่วงไหน หรือจะเป็นช่วงที่เขาโดนไล่ออกอย่างจริงจัง คือหนังไม่ได้แสดงให้เห็นมุมมองที่อัดอั้นสุดขีดของแบงค์ให้เห็นเลย ในตอนจบที่แบงค์ขู่ว่าจะแฉความจริงถึงกระบวนการโกงข้อสอบ บางทีเขาอาจจะคิดแค้นว่าทำไมตัวเองถึงซวยอยู่คนเดียว เพราะงั้นก็เลยลากทุกคนทั้งหมดมาซวยร่วมกัน แต่ว่าก่อนหน้านั้นเขาก็ยังไปรับเงินจากแพทอยู่เลย แสดงให้เห็นว่ารับได้ที่โดนกระทำสิ ถ้าการแฉของแบงค์เกิดขึ้นเพราะลินคนเดียว แบบนี้ก็ยังน่าแปลกใจอยู่ว่าทำไมยึดติดลินขนาดนั้น เอาเป็นว่าเรางงกับการกระทำของแบงค์พอสมควร แต่ก็เข้าใจที่หนังต้องการจะสื่อนะ การได้เห็นตัวละครสีขาวสะอาด กลับหม่นมืดขนาดนี้ก็ทำให้รู้สึกเศร้าใจไม่น้อย

BadGenius02

ความสัมพันธ์ระหว่างลินกับแบงค์

ลินน่าจะรู้สึกดีกับแบงค์ไม่น้อย อาจจะไม่ใช่ในแง่รักใคร่ แต่ลินมองว่าแบงค์เป็นคนซื่อๆ เหมือนพ่อตัวเอง เพราะฉะนั้นสังเกตได้ว่าลินจะไม่แค้นแบงค์เลยแม้ว่าเขาจะเป็นคนฟ้อง ผอ. ก็ตาม ตอนดราม่ากลางเรื่องที่แบงค์รับรู้ว่าความซวยที่ตัวเองเจอเป็นแผนของแพทนั้น ลินก็เพิ่งรู้พร้อมกัน แล้วตัดสินใจไม่ทำต่อทันทีด้วยเห็นแก่แบงค์ และก็ยอมกลับมาทำตามแผนต่อเพราะแบงค์บอกให้ทำ เราว่าลินแคร์แบงค์มากพอสมควร ตอนที่แบงค์โดนจับได้ ลินเองก็รู้สึกผิดจนเกือบจะเข้าไปสารภาพ ตอนจบที่แบงค์ชวนลินมาร่วมมือกันโกงข้อสอบต่อ สีหน้าของลินผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด มันคือสีหน้าของคนที่เจ็บปวดที่สุดเมื่อได้เห็นบางอย่างพังทลายไป แต่จวบจนสุดท้าย ในฉากที่ลินสารภาพเรื่องการโกงข้อสอบ STIC (ซึ่งหนังตัดต่อออกมาในปรากฏช่วงแรกๆ) เมื่อพูดถึงแบงค์ ลินบอกว่าไม่มีใครซื่อสัตย์เท่ากับแบงค์อีกแล้ว ลินยังพูดถึงแบงค์ในแง่ดีอยู่แม้ว่าจะโดนแฉก็ตาม แต่กลับกันถ้าจำไม่ผิดแบงค์กลับบอกว่าไม่สนิทกับคนขี้โกงแบบลินซะหน่อย ในตอนจบเราเลยเห็นว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงขาดสะบั้นลงไปแล้ว ไม่รู้จะกลับมาเหมือนเดิมได้ไหม

เรื่องราวหลังจากนั้น…

ถ้าให้มโนต่อเอาเอง แพทกับเกรซ สองคนนี้คงได้ไปเรียนต่อที่เมืองนอกตามที่ตั้งใจไว้ แต่ก็หนังก็สื่อแล้วว่าไปไม่รอดหรอก ประการแรกข้อสอบมหาวิทยาลัยเป็นข้อเขียน ไหนจะเรื่องภาษาอีก เรียนในไทยยังไม่ได้เลยจะไปเรียนเมืองนอกได้หรือ ไม่ก็สุดท้ายสองคนนี้อาจหาทางให้ตัวเองไม่ต้องไปเรียนต่อเมืองนอกก็ได้ ถึงอย่างไรคนรวยก็ยังมีโอกาสเยอะอยู่ดี ส่วนแบงค์ อันนี้ไม่รู้เลย จวบจนสุดท้ายยังไม่เห็นว่าตัวละครนี้จะคิดอะไรได้หรือเปล่า แบงค์เป็นคนเรียนเก่งแต่อาจจะไม่ได้ฉลาดแบบเดียวกับลิน เราว่าความฉลาดที่แท้จริงคือการมองการณ์ไกลเป็น มองออกว่าทำแบบนี้แล้วผลระยะยาวจะเป็นอย่างไร สุดท้ายแบงค์อาจจะกลับไปเรียนต่อด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งละมั้ง เพราะจะกลับไปโกงก็คงทำคนเดียวไม่ได้ ส่วนลิน เราว่าชีวิตลินยังไงก็ไม่ตกต่ำลงแน่นอน ด้วยความที่เธอเป็นคนฉลาดและเฉลียว รวมถึงได้รับการกำลังใจและสนับสนุนที่ดีจากพ่อ ถึงจะต้องรับโทษอย่างไร ไม่นานนักเธอก็ต้องเอาตัวรอดในสังคมได้

 

เขียนโดย… ฟุ้งซ่านจัง

Advertisements